Century แหวนแห่งอัคคี

รูปจากสำนักพิมพ์อมรินทร์

วรรณกรรมชิ้นเอกของ ปิแอร์ โดเมนิโก บักคาริโอ นักเขียนชาวอิตาลี ผู้ซึ่งรักการเขียนนิยายมาตั้งแต่สมัยเด็ก เอ๋ขอยอมรับในความสามารถของการดำเนินเรื่องและคาแร็คเตอร์ของตัวละครทั้งสี่ ที่แสดงลักษณะของตัวเองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด และเนื้อเรื่องที่ตื่นเต้นน่าสนใจตลอดเวลาจนไม่สามารถวางหนังสือลงได้

นับได้ว่า ปิแอร์ เป็นผู้แต่งที่มีความสามารถยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้ ก่อนอื่นเราอยากให้รู้จักกับประวัติของเขาก่อน

        ประวัตินักเขียน ปิแอร์ โดเมนิโก บักคาริโอ

        เขาเกิดวันที่ 6 มีนาคม 2517 เขาเกิดราศีเดียวกับเอ๋เลยล่ะคะ เขาเกิดที่อัควิ แตร์เม ในปิเอด์มงค์ ประเทศอิตาลี เขารักการเขียนมาตั้งแต่เด็กๆ เขามักแอบแต่งนิยายในห้องเรียนเสมอ นิยายเรื่องแรกที่ลงตีพิมพ์ก็คือ La strada del guerriero

        เขาได้แรงบันดาลใจมาจากคนรอบตัวหลายคน ในท้ายเล่ม เซนจูรี่ แหวนแห่งอัคคี เล่มแรก ฉบับภาษาไทย จากสำนักพิมพ์อมรินทร์ เขาได้กล่าวถึงบุคคลหลายๆ คนด้วยกันที่ให้แรงบันดาลใจแก่เขาในการสร้างนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา

        ตัวละครสำคัญ

        สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ตัวละครหลักของเรื่องทั้งสี่คน ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างน่าตื่นเต้น ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับตัวละครอย่างคร่าวๆ กันก่อนค่ะ

        เอเลตตรา เด็กหญิงชาวอิตาลีซึ่งพ่อเปิดโรงแรงเล็กๆ ในโรม ตัวละครตัวนี้เขาได้มาจากคนที่ชื่อเอเลนา เธอเป็นเด็กหญิงที่มีพิเศษคือ เธอไม่สามารถมองกระจกได้มิเช่นนั้นเธอจะทำดวงไฟแตกและกระจกจะพร่าเรือน เธอเป็นคนทำให้ไฟดับทั้งกรุงโรม

        ฮาร์วี่ย์ เด็กชายชาวอเมริกันฐานะดี เขาเป็นคนมีเหตุผล พ่อกับแม่ของเขาค่อนข้างจุกจิก เขาเชื่อในสิ่งที่เขาทำกับพวกเด็กๆ อีกสี่คน แต่เขาค่อนข้างจะใช้เหตุผลมากำหนดมากกว่า เขาชอบเก็บตัวเงียบๆ และอมความทุกข์

        มิสตรัล เด็กหญิงแสนสวยชาวฝรั่งเศส เธอชอบวาดรูปและเธอก็วาดได้ดีด้วย แม่ของเธอเป็นผู้คิดค้นน้ำหอม เธอถูก คนพวกนั้น จับตัวไป แต่เธอก็ฉลาดพอที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าบางอย่างเพื่อให้เพื่อนๆ ทั้งสี่คนปลอดภัย

        เซิง เด็กชายชาวจีนพูดมาก เขาชอบอุทานคำว่า ห่าว ซึ่งแปลว่า ดี เจ๋ง แจ๋ว เขามองโลกในแง่ดี ขณะทีเดียวกันก็เป็นคนที่ร่าเริงเอามากๆ เขาเป็นเด็กฉลาดพอควร และตรงไปตรงมา

        ปกหลังหนังสือ

        ทุกหนึ่งร้อยปี มนุษย์โลกจะถูกทดสอบ ทุกหนึ่งร้อยปีเด็กสี่คนจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันครั้งใหญ่ หนึ่งร้อยปีนี้เพิ่งผ่านพ้นไป และเด็กสี่คนจะต้องถูกคัดเลือกโดยเร็วที่สุด การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น ณ กรุงโรม นครแห่งเปลวเพลิง

        หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกในบรรดา เซนจูรี่ ทั้งสี่เล่ม นี่เป็นตอน แหวนแห่งอัคคี เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งสามเล่มที่เหลือ เล่มนี้เริ่มขึ้นที่โรม เล่มที่สองเริ่มขึ้นที่นิวยอร์ก และถัดไปเป็นปารีส และจบลงที่เซี่ยงไฮ้ ตามลำดับ และแน่นอนว่าในประเทศไทยยังมีแปลเพียงเล่มเดียวเท่านั้น ผู้อ่านต้องอดใจรอกันอีกจริงๆ

        เหตุบังเอิญ

        เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ การจองห้องพักที่โรงแรมโดมุสกวินติเลียซ้ำซ้อนกันถึงสามราย แฟร์นันโด เมโลเดีย ตั้งใจว่าห้องเบอร์สี่นี้สำรองไว้สำหรับหญิงชาวฝรั่งเศสผู้คิดค้นน้ำหอมกับลูกสาวหนึ่งคน แต่เมื่อเขาไปที่สนามบิน เขาพบกับสองสามีภรรยาเศรษฐีชาวนิวยอร์ก กับลูกชายอีกหนึ่งคน และชายชาวจีนกับลูกชาย เอเลตรา ลินดาและอิเรเนวางแผนให้สองสามีภรรยาชาวนิวยอร์กพักห้องเบอร์สี่ ให้ชาวจีนพักห้องแฟร์นันโด และหญิงฝรั่งเศสพักห้องลินดา ส่วนเด็กๆ ได้พักห้องเดียวกันกับเอเลตตรา

        ในคืนวันที่ 29 ธันวาคม พวกเด็กๆ ได้รู้ว่าทุกคนเกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์เหมือนกันทั้งหมด และเอเลตตราเองก็รู้สึกมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพร่านในตัวกระทั่งไปสัมผัสไหล่ของเซิงซึ่งกำลังเล่นดวงไฟอยู่นั้น แตกกระจายและไฟดับไปทั่วส่วนต่างๆ ของกรุงโรม และพวกเขาได้ออกไปข้างนอกพบชายชราซึ่งมอบกระเป๋าเอกสารให้และหนีไป เมื่อถึงตอนเช้าเขาก็ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ว่าเสียชีวิตแล้ว 

        กระเป๋าเอกสาร

        พวกเด็กๆ ตัดสินใจเปิดกระเป๋าเอกสารในเวลาต่อมา สิ่งที่พบคือ ลูกข่างสี่ลูก ฟันหนึ่งซี่ แผนที่ไม้เก่าๆ และร่มของร้านกัพแฟะเกรโก พวกเขาคิดไม่ออกว่าเขาให้กระเป๋าไว้ทำไม

        พวกเด็กๆ ไปร้านกัฟแฟะเกรโก และเขาพบบัตรห้องสมุดที่ใต้โต๊ะที่ชายชรานั่งบ่อย ๆ พร้อมกับชื่อจริง อัลเฟรด ฟาน แดร์ แบร์เกอร์ และเขาก็ตามไปที่ห้องสมุดนั้น เขาพบสมุดบันทึกในห้องสมุดและคำใบ้ต่างๆ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เด็กๆ ต้องหนีเอาชีวิตรอดจากอันตรายเป็นครั้งแรก แน่นอนว่าฉากนี้เป็นฉากที่น่าตื่นเต้น อยากให้ลองอ่านกันดูเองค่ะ

        จาค็อบ มาเลอห์

        จาค็อบ มาเลอห์ นักฆ่ามือหนึ่งด้วยคันชักไวโอลินที่แสนคมกริบ เขาฆ่าอัลเฟรด และเขาได้รับการจ้างวานจากเดวิล ผู้ซึ่งต้องการแหวนแห่งอัคคี เขาตามพวกเด็กไปจนถึงอพาตเมนต์ของอัลเฟรด และเขาได้จับตัวมิสตรัลไป เขาถูกหักหลังโดยเบอาทริเช เพราะเขาคิดจะฆ่าเด็กและทำร้ายผู้หญิง และเบอาทริเชคิดถึงตัวเองที่เคยถูกพ่อกักขังในตอนเด็ก

       อพาตเมนต์ของอัลเฟรด

       ฉากนี้เป็นฉากที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเรื่อง แสดงให้เห็นถึงความฉลาดของอัลเฟรด เขาซื้อหนังสือทั้งหมดมาเก็บไว้ที่อพาตเมนต์และเขาก็วางกับดักในเรื่องของน้ำหนักและการถล่มของอพาตเมนต์ เอ๋อยากให้ผู้อ่านได้อ่านฉากนี้เป็นที่สุดเพราะสนุกที่สุดในเรื่องเลยก็ว่าได้

       ฟันและยิปซี

       ในเรื่องนี้ฟันมีอยู่หลายซี่ในกล่องของยิปซีคนหนึ่งซึ่งอัลเฟรดให้ไว้ มีตัวอักษรทั้งห้าตัวและพวกเขาก็เรียงกันได้คำว่า MITREO เป็นคำนำไปโบสถ์แห่งหนึ่งและที่แห่งนั้นซ่อนแหวนแห่งอัคคีอยู่กลางวงแหวนแห่งน้ำซึ่งคือแม่น้ำสายหนึ่งใต้โบสถ์

       แหวนแห่งอัคคี

       เป็นเพียงกระจกเงาวงกลมบานเล็กเก่าแก่ ที่ตรงกลางเว้าลง เพียงแค่เอเลตรามองมันไฟก็ดับไปทั้งเมืองและแน่นอนว่าเธอมองเห็นตัวเองเป็นดวงดาว

เรื่องนี้สนุกมากๆนะคะ เอ๋อยากให้ทุกคนได้ลองอ่านหรือมีหนังสือเก็บเอาไว้เป็นของตัวเองสักเล่ม แน่นอนว่าเมื่ออ่านจบแล้วทุกคนต้องตั้งตารออ่านเล่มสองแน่ๆ เพราะผู้เขียนผู้นี้เขียนได้ยอดเยี่ยมไม่มีตอนใดที่น่าเบื่อเลยแม้สักตอน และก็ขอบคุณ คุณลมตะวัน ที่แปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทยได้อย่างไพเราะด้วยค่ะ พร้อมด้วยสำนักพิมพ์อมรินทร์ที่ตีพิมพ์หนังสือดีๆ ให้คนไทยอ่านค่ะ

edit @ 16 Mar 2009 14:11:44 by Paruhas

หลายๆ คนที่ชอบดูหนังแนวแฟนตาซีน่าจะลองหันมาชมภาพยนตร์แนวอินดี้ อย่าง The Fall ของผู้กำกับ ทาเซม ซิงค์ (Tarsem Singh) ซึ่งทุกคนไม่ควรพลาดเลยจริงๆ เพราะในความคิดเห็นของเอ๋ มันควรได้เป็นภาพยนตร์ที่น่าจดจำที่สุดในบรรดาภาพยนตร์น่าประทับใจ ทั้งในด้านฉากและวิวที่สวยงามน่าชมพร้อมทั้งเนื้อเรื่องที่ไม่ควรพลาดเลยแม้แต่ตอนเดียว และแน่นอน เรื่องนี้เอ๋ขอลงความเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากจินตนาการแสดงออกมาเป็นศิลปะที่สวยงามตระการตาจริงๆ

เนื้อเรื่องของ The Fall นั้นนับได้ว่ามีสองเรื่องอยู่ในเรื่องเดียวกันที่แทบไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย แต่ในท้ายที่สุดเรื่องทั้งสอบกลับมาบรรจบอยู่ในที่เดียวกันและเป็นภาพที่ทำให้ผู้ชมติดตรึงใจได้มากที่สุดก็ว่าได้ อันนี้เอ๋ขอตัดตอนจากเว็บไซต์ www.adintrend.com มาให้ลองอ่านกันสักนิดนะคะ  

 “เรื่องที่หนึ่ง - เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลใน ลอส แองเจลิส ปี 1915 สตันท์แมน รอย วอร์คเกอร์ (ลี เพส) เป็นอัมพาต เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุในการกระแทกกับหมอนรางรถไฟ แต่มันก็ทำให้เขาได้ทำความรู้จักกับผู้ป่วยอีกคน นั้นก็คือ อเล็คซานเดรีย (คาทินก้า อันทารุ) เด็กหญิงวัย 5 ขวบที่กระดูกสันหลังหัก ขณะที่เธอกำลังเก็บผลส้มกับพ่อแม่ของเธอที่หลบหนีเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมาย รอย ตัดสินใจที่จะเล่านิทานให้เด็กฟัง และมันก็เป็นเรื่องราวของการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น แต่สุดท้ายแล้ว มันก็เผยให้ถึงประสงค์ที่แท้จริงของเขาอย่างช้าๆ ซึ่งก็เป็นแผนและก็ยังเป็นศิลปะในการเล่าเรื่องของเขา ที่จะชี้นำให้เด็กหญิงช่วยขโมยมอร์ฟีน เพื่อที่จะได้ทำให้เขา

เรื่องที่สอง - ถูกอ้างอิงมาจาก Yo Ho Ho หนังสัญชาติบัลแกเรียของ ซาโก เฮสคิจา (Zako Heskija)

 

แน่นอนว่าเรื่องที่สองเป็นเรื่องที่สตันท์แมน รอย วอร์คเกอร์ เล่าให้อเล็กซานเดรียฟัง เขาได้อิงเนื้อเรื่องเข้ากับชีวิตของเขาจริงๆ และเป็นเรื่องที่อเล็กซานเดรียอยากให้เป็น ถ้าใครได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะเห็นว่าตอนจบของเรื่อง รอย วอร์คเกอร์ซึ่งต้องการจะจบชีวิตของตัวเองเพราะผิดหวังในความรักและเป็นอัมพาต พยายามเล่าให้ตัวละครซึ่งแทนตัวเองในเรื่องเล่าจบชีวิตลงอย่างที่เขาเป็น แต่อเล็กซานเดรียไม่ยอม เธอจึงพยายามเกลี้ยกล่อมเขาให้เขารอดชีวิตให้ได้

 

 

ถ้าอ่านจากที่เขียนแล้วอาจจะไม่สนุกเท่าได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตัวเองแน่นอน เอ๋หวังว่าหลายๆ คนคงจะไม่ยอมพลาดภาพยนตร์ดีๆ แบบนี้ได้แน่ๆ ยังไงก็ลองชมดูนะคะ แล้ววันหลังเอ๋จะเอาเรื่องย่อมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ

 

 สำหรับวันนี้เอาตัวอย่างภาพยนตร์มาให้ลองชมดูก่อนนะคะ

 

edit @ 12 Mar 2009 22:02:17 by Paruhas